วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2551
* A-NET *
สกอ.พร้อมแล้ว..เปิดสมัครเอเน็ตปี 52 ยืนยันปฏิทินเอเน็ต ประกาศระเบียบสอบวันที่ 20 ธันวาคม - 12 มกราคม ดูรายละเอียดจากเว็บไซต์ www.cuas.or.th พร้อมฝากนักเรียนตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องป้องกันการผิดพลาด..
นางศศิธร อหิงสโก ผอ.สำนักส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพนักศึกษา สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา [สกอ.] เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สกอ.ได้เชิญหัวหน้าศูนย์สอบทั้ง 18 ศูนย์สอบมาหารือเพื่อเตรียมการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นสูง หรือ เอเน็ต ประจำปีการศึกษา 2552 แล้ว..
โดย สกอ.ยืนยันปฏิทินการทดสอบเอเน็ตประจำปีการศึกษา 2552 จะประกาศระเบียบการสอบตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2551-12 มกราคม 2552 ทางเว็บไซต์ www.cuas.or.th และรับสมัครวันที่ 22 ธันวาคม 2551-12 มกราคม 2552 ทาง www.cuas.or.th โดยชำระค่าสมัครผ่านธนาคาร หรือที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ
จากนั้นให้ผู้สมัครตรวจสอบความถูกต้องตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม 2551-14 มกราคม 2552 ทาง www.cuas.or.th และยื่นคำร้องขอแก้ไขข้อมูลตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม 2551-16 มกราคม 2552 ทางโทรสาร 0-2354-5624, 0-2354-5598 จากนั้นจะประกาศแผนผังที่นั่งสอบวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ทาง www.cuas.or.th สอบข้อเขียนวันที่ 28 กุมภาพันธ์-1 มีนาคม 2552 และประกาศผลสอบวันที่ 5 เมษายน 2552 ทาง www.cuas.or.th
นางศศิธร กล่าวอีกว่า แม้ว่าการสอบเอเน็ตครั้งนี้เป็นการทดสอบครั้งสุดท้าย ก่อนจะปรับเปลี่ยนไปใช้การคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาด้วยระบบกลางการรับนิสิตนักศึกษา หรือแอดมิชชั่น ปี 2553 ที่จะไม่มีการจัดทดสอบเอเน็ตแล้ว ทั้งนี้ การสอบครั้งนี้ไม่มีอะไรที่ปรับเปลี่ยนไปจากเดิม แต่การทดสอบหรือการเตรียมการในการสอบยังคงเข้ม และทุกคนต้องปฏิบัติตามระเบียบที่กำหนดไว้ รวมทั้งวิชาสอบเหมือนเดิม คือสอบภาษาไทย 2 สังคมศึกษา 2 ภาษาอังกฤษ 2 คณิตศาสตร์ 2 วิทยาศาสตร์ 2 ภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมัน ภาษาบาลี ภาษาอาหรับ ภาษาจีน และภาษาญี่ปุ่น
"ฝากนักเรียนที่จะสมัครสอบทุกคน ขอให้ศึกษาระเบียบการรับสมัคร และสมัครสอบให้ครบทุกวิชาตามที่คณะหรือมหาวิทยาลัยที่ต้องการเข้าศึกษากำหนดไว้ เช่น กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย[กสพท.] กำหนดให้สอบเอเน็ต 5 วิชา และถ้าใครสอบไม่ครบถือว่าขาดคุณสมบัติการเขาศึกษาต่อทันที หรือแม้แต่ในคณะต่างๆ ถ้าสอบไม่ครบตามที่คณะหรือมหาวิทยาลัยกำหนดนักเรียนจะหมดสิทธิ์เข้าศึกษาต่อที่สถาบันนั้นๆ ทันที"
* คณะที่เราจะสอบเข้า เขากำหนดให้ใช้เอเน็ตวิชาอะไรบ้าง.. ตรวจสอบให้ดี และสมัครสอบให้ครบถ้วนครับน้า..
Credit - Dek-D
วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
* Loy Krathong Festival *

"....Loy Loy Kra thong...Loy Loy Kra thong........"
Yes , this song above, alway comes when we celebrate the most famous festival of Thailand...called "Loy Krathong".
The most popular festivals in early of the month November, is the Loy Krathong Festival. This festival is very welknown to Thai people and also foreigners. And it set during the weather is clear, on the full moon night, when the river is high over the country. There has an important meaning about "Loy Krathong", first, "Loy" means "to float" and "Krathong" means a lotus-shaped vessel made of banana leaves. The Krathong usually contains a candle, tree joss-sticks, some flowers and coins.
In the past, people believe that they offer thank to the Goddess of water. Thus, by moonlight, people light the candles and joss-sticks, make a wish and launch their Krathong on canals, rivers or even small ponds. It is believed that the Krathongs can carry away sins and bad luck, and the time to start the coming new year, tobe joyful, and happy as suffering are floated away.
** วันนี้เพื่อนๆไปลอยกระทงที่ไหนกันบ้างเอ่ย
ต๋อมลอยแถวบ้านอ่ะ
ไปและ บะบายน้าาา
วันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2551
* Halloween *
และแน่นอน ไหนๆ ก็เป็นสัปดาห์เทศกาลผี (หลอก) แล้ว ก็เลยขอนำเสนอเรื่องราวผีๆ ประเพณีที่แตกต่างในต่างแดนกันเลยแล้วกัน
เรามาเริ่มกันที่...
Scotland
ในสก็อตแลนด์ ความเชื่อพื้นบ้านในเรื่องของวันฮาโลวีนนั้นก็ยังคงวนอยู่กับความเชื่อของชาวเซลติกโบราณในเรื่องเทพยดานางฟ้า เด็กๆ ก็จะพากันออกเดินไปทั่ว พร้อมกับถือตะเกียงที่ทำเป็นรูปหน้าปีศาจ เพื่อเป็นการขับไล่สิ่งชั่วร้าย บางครั้งตะเกียงดังกล่าวทำมาจากหัวผักกาด โดยใส่เทียนไขไว้ข้างใน แต่ในยุคปัจจุบัน ก็หันมาใช้ฟักทองตามแบบวัฒนธรรมอเมริกาเหนือ เนื่องจากสามารถแกะสลักได้ง่ายกว่านั่นเอง
ตามบ้านเรือนก็จะได้รับการคุ้มครองจากตะเกียงนี้ด้วย ตามธรรมเนียมแบบสก็อตแลนด์หากวิญญาณต่างๆหลุดรอดผ่านโคมไฟไปได้ เจ้าของบ้านก็จะต้องให้อาหารหรือส่วนใดของบ้านให้กับวิญญาณนั้นๆ เด็กๆก็เช่นกัน จะปลอมตัวเป็นสัตว์ประหลาดเพื่อให้กลืนไปกับเหล่าวิญญาณ หากเด็กคนไหนสามารถเข้าถึงประตูบ้านได้ก็จะได้รับแจกอาหาร เป็นการขจัดวิญญาณชั่วร้ายที่ซ่อนอยู่ตามที่ต่างๆ
อีกการละเล่นที่เป็นที่นิยมคือ การรับแอปเปิ้ลด้วยปาก ภายหลังเปลี่ยนมาเป็นการคาบส้อมไว้ในปาก และปล่อยลงให้โดนผลแอปเปิ้ลแทน เนื่องจากกลัวอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับขากรรไกรนั่นเอง นอกจากนี้นยังมีเกมส์กินขนมปัง ที่ผูกเชือกห้อยจากเพดานโดยห้ามใช้มือ และพันผ้าปิดตาด้วย
USA and Canada
ปัจจุบันเทศกาลฮาโลวีนเป็นเทศกาลที่เป็นที่นิยมอันดับ 2 ของสหรัฐอเมริกาในการตกแต่งประดับประดาบ้านและร้านค้า รองมาจากเทศกาลคริสต์มาส เครื่องแต่งกายที่เป็นที่นิยมที่สุดสำหรับผู้ใหญ่คือ แม่มด โจรสลัด ผีดูดเลือด แมว และตัวตลก
นิวยอร์กถือเป็นเจ้าภาพการฉลองวันฮาโลวีนที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา รู้จักกันนาม Village Halloween Parade โดยพาเรดในช่วงเย็นนั้น มีผู้เข้าร่วมถึง 2 ล้านคน และผู้ชมทางโทรทัศน์กว่า 4 ล้านคนในแต่ละปี นับเป็นงานพาเรดที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ
ตามเมืองต่างๆ ผู้เล่น Trick or Treat จะได้รับการต้อนรับจากบ้านที่จุดตะเกียงฟักทองตามระเบียงไว้ แต่ในบางพื้นที่จะไม่อนุญาติให้เล่นในบริเวณใกล้กับศูนย์การค้า หรือพื้นที่ที่เกิดอาชญากรรมบ่อยครั้ง เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายที่เกิดจากความรุนแรงจากการเล่น แม้กระนั้นก็ได้มีการระบุเวลาในการเล่น เช่น 5 โมงเย็น – 1 หรือ 2 ทุ่ม เพื่อป้องกันการเล่นที่ดึกเกินไป
ในบางประเทศที่จัดงานฉลองวันฮาโลวีน มักมีกิจกรรมรอบกองไฟด้วย นอกจากนี้ยังมีการละเล่นพื้นบ้าน เช่น กินแอปเปิ้ลผูกเชือก ยิงปืน หาขนมที่ซ่อนอยู่ เล่าเรื่องผีพร้อมหลอกผี และกินขนมที่ทำขึ้นเอง บางครั้งก็จะเป็นการดูหนังผี
การเล่น Trick or Treat มักสิ้นสุดในตอนหัวค่ำ แต่ในบางที่ก็เล่นกันจนดึก งานเลี้ยงในชุดแต่งกายฮาโลวีน ถือเป็นโอกาสดีที่ผู้ใหญ่จะมารวมตัวกันเพื่อเข้าสังคม ตามผับ บาร์ต่างๆก็จะมีผู้มาใช้บริการที่แต่งตัวในชุดฮาโลวีน และในบางแห่งก็จัดการประกวดเพื่อเป็นการดึงความสนใจจากลูกค้า บ้านผีสิงก็เป็นหนึ่งในแหล่งที่เป็นที่นิยมในช่วงนี้
ในแถบแคนาดาตะวันตก พลุและการก่อกองไฟ ก็เป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองด้วย
Australia and New Zealand
ในแถบซีกโลกใต้ จะเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิอย่างเต็มที่ในช่วง วันที่ 31 ตุลาคม เวลากลางวันจะยาวนานขึ้น และจะสว่างมากขึ้น ซึ่งก็ไม่ค่อยจะเข้ากันกับธรรมเนียมวันฮาโลวีนตามแบบชาวเซลติกโบราณ ที่จะเน้นไปที่บรรยากาศของความมืดในฤดูหนาว และการผลัดใบของใบไม้สักเท่าไหร่
วันฮาโลวีนได้รับความนิยมไม่มากในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ โดยมากล้วนมาจากอิทธิพลของสื่ออเมริกัน ทั้งจากซิทคอมและการ์ตูนซิมป์สัน จะมีเพียงบางบ้านเท่านั้นที่ร่วมเทศกาลนี้ ในคืนวันฮาโลวีน หนังสยองขวัญเอย รายการทีวีที่เน้นรูปแบบและตกแต่งไปในทางสยองขวัญเอย ต่างก็ถูกนำมาออกอากาศเป็นเรื่องปกติ และปัจจุบันผู้คนมักจะสังสรรค์ปาร์ตี้วันฮาโลวีนเสียมากกว่าเล่น Trick or Treat อย่างไรก็ตามทั้งสองอย่างก็ยังคงมีให้เห็นอยู่ แต่การเล่น Trick or Treat มักจะทำกันระหว่างญาติมิตรมากกว่า
Credit จาก www.wikipedia.org และ Dek-d.com
วันอังคารที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2551
* faire les vendanges *

* Un contrat particulier
Le contrat " vendanges " est un contrat pour travail saisonnier. A ce titre, il prévoit une durée maximale d'un mois mais un même salarié peut conclure plusieurs contrats vendanges successifs. Cependant, le cumul des contrats ne peut excéder une durée totale de deux mois sur une année civile.
Un contrat pour des vendanges conduit à des travaux bien spécifiques et en exclut d'autres. Faire les vendanges consiste donc à la cueillette du raisin, le portage des hottes et paniers, les travaux de préparation ou de rangement, la mise en état et le nettoyage des matériels nécessaires. C'est-à-dire en fait tous les travaux des préparatifs de la vendange à la réalisation des vendanges jusqu'aux travaux de rangement inclus. En revanche, n'est pas concerné l'ensemble des travaux viticoles et vinicoles et en particulier les travaux de taille ou de traitement des vignes : vous n'avez pas à exécuter ce type de travaux dans le cadre d'un contrat vendange.
** ช่วงเก็บองุ่นของประเทศฝรั่งเศสอยุ่ในช่วงนี้ค่ะ
วันจันทร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2551
* Trick *
1. ยอมรับความจริง
ไม่มีใครพูดภาษาที่สองได้ตั้งแต่เกิด ทุกคนต้องใช้เวลาในการเรียนรู้กันทั้งนั้น ฉะนั้นอย่าคาดหวังว่าจะต้องเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่เริ่มต้น
2. เรียนรู้ทีละนิด
จากการศึกษาพบว่า การทบทวนเป็นระยะเวลาสั้นๆ อย่างเช่น ในระหว่างทานอาหารเช้า ในขณะอาบน้ำ หรือในขณะเดินทาง จะส่งผลให้คุณจดจำได้ดีกว่า
3. ท่องศัพท์
ยิ่งคุณรู้ศัพท์มากเท่าไหร่ คุณก็สามารถพูดและเข้าใจได้มากขึ้นเท่านั้น เทคนิคในการจดจำคำศัพท์ คือ พกการ์ดใบเล็กๆ ที่เขียนคำศัพท์ (ที่มีคำแปลอยู่ด้านหลัง) ไปกับคุณทุกที่
4. ฝึกหัดอย่างจริงจัง
อย่าแค่ทำปากขมุบขมิบหรือท่องเอาไว้ใส่ใจ พูดหรืออ่านออกมาดังๆ ในทุกครั้งที่มีโอกาส เพื่อจะได้ฝึกปากของคุณให้เคยชินกับการออกเสียง
5. ทำการบ้าน
การทำการบ้านคือการฝึกฝนทักษะการใช้ภาษาให้เป็นไปอย่างแม่นยำ จนกลายเป็ความชำนาญ และสามารถทำออกมาได้อย่างอัตโนมัติในที่สุด
6. จับกลุ่มเรียน
หาเวลาทบทวน ทำการบ้าน หรือแค่ฝึกพูดภาษานั้นๆ กับเพื่อนๆ เป็นประจำ ซึ่งจะช่วยแก้ไขข้อบกพร่องให้กันและกันได้ แถมยังทำคุณจดจำได้แม่นยำยิ่งขึ้นด้วย
7. หาจุดอ่อน
คุณควรหาจุดอ่อนในการเรียนของตัวเองให้เจอ เพื่อที่จะได้เพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้ อย่างเช่น ถ้าคุณเป็นคนเงียบๆ และไม่ค่อยมีส่วนร่วมในชั้นเรียน ก็บังคับตัวเองให้เลือกที่นั่งแถวหน้าในห้องเรียนซะ
8. หาโอกาสในการใช้ภาษา
เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับภาษานั้นๆ ให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยกับเจ้าของภาษาเช่าหนังที่พูดภาษานั้นๆ มาดูหรือแม้กระทั่งหาแฟนที่เป็นเจ้าของภาษานั้นซะเลย
9. ทุ่มความสนใจ
พูดง่ายๆ ก็คือ หายใจเข้าออกก็ให้เป็นภาษานั้น เรียนรู้ภาษานั้นๆ ทั้งในและนอกห้องเรียนอย่างจริงจังและเต็มที่ ถึงขนาดถ้าฝันได้ก็อาจฝันเป็นภาษานั้นๆ ด้วย
10. ปรึกษาผู้รู้
ถ้ามีปัญหาหรือติดขัดอะไร ก็ต้องสอบถามครูผู้สอนหรือเจ้าของภาษานั้นทันที เพื่อทำลายกำแพงที่เป็นอุปสรรคในการเรียนออกไปให้เร็วที่สุด คุณจะได้ไม่ต้องสะดุดอยู่นานเกินไป ซึ่งอาจทำให้คุณเกิดความเบื่อหน่ายได้
Credit - kapook
วันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2551
* Why *

เพื่อน ๆ คงกำลังคิดอยู่ใช่มั้ยค่ะ แน่นอนว่าถ้าคิดเลขโดยใช้เครื่องคิดเลขนั้นย่อมได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วอยู่แล้ว แต่ถ้าลองให้เด็ก ๆ คิดเลขโดยไม่ใช้เครื่องคิดเลขนี่สิค่ะ เด็ก ๆ ที่ทำการทดลองจะคิดเลขช้าลงมากกว่าครึ่งของที่ใช้เครื่องคิดเลขเลยทีเดียว
แต่ในทางกลับกันเด็ก ๆ ในประเทศที่เครื่องคิดเลขไม่ได้มีแพร่หลายอย่างในจีนนั้น เด็ก ๆ จะคิดเลขได้เร็วมากกว่า เพราะพวกเขาฝึกใช้การบวก ลบ คูณ หาร ด้วยตัวเองเป็นประจำอยู่แล้ว แถมเด็ก ๆ เหล่านี้ยังมีกล้ามเนื้อหัวใจและสมองที่ดีกว่าเด็ก ๆ ในแคนาดาที่ทำการทดลองเสียอีก
เพื่อน ๆ ที่นี่คนไหนที่มีลูกหรือมีหลาน ๆ ก็อย่าลืมฝึกให้พวกเขาคิดเลขเองโดยไม่ใช้เครื่องคิดเลขตั้งแต่ยังเด็ก ๆ นะคะ เพราะว่าไม่อย่างนั้น เขาจะกลายเป็นคนที่คิดเลขช้ามากหากไม่มีตัวช่วย
บางครั้งการลำบากตั้งแต่เริ่มต้นก็ช่วยให้ตอนปลาย ๆ ง่ายขึ้นเหมือนกันนะ เหมือนคำโบราณที่ว่า อดเปรี้ยวไว้กินหวานไง
วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2551
* ^-^ *

ขอบคุณบทความดีดีจาก thaireaderclub.com, ผู้ส่ง : เอฟาร์อีสเตียน