วันจันทร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2551

* Trick *

เคล็ดลับเรียนภาษา ให้ได้ผล

1. ยอมรับความจริง
ไม่มีใครพูดภาษาที่สองได้ตั้งแต่เกิด ทุกคนต้องใช้เวลาในการเรียนรู้กันทั้งนั้น ฉะนั้นอย่าคาดหวังว่าจะต้องเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่เริ่มต้น
2. เรียนรู้ทีละนิด
จากการศึกษาพบว่า การทบทวนเป็นระยะเวลาสั้นๆ อย่างเช่น ในระหว่างทานอาหารเช้า ในขณะอาบน้ำ หรือในขณะเดินทาง จะส่งผลให้คุณจดจำได้ดีกว่า
3. ท่องศัพท์
ยิ่งคุณรู้ศัพท์มากเท่าไหร่ คุณก็สามารถพูดและเข้าใจได้มากขึ้นเท่านั้น เทคนิคในการจดจำคำศัพท์ คือ พกการ์ดใบเล็กๆ ที่เขียนคำศัพท์ (ที่มีคำแปลอยู่ด้านหลัง) ไปกับคุณทุกที่
4. ฝึกหัดอย่างจริงจัง
อย่าแค่ทำปากขมุบขมิบหรือท่องเอาไว้ใส่ใจ พูดหรืออ่านออกมาดังๆ ในทุกครั้งที่มีโอกาส เพื่อจะได้ฝึกปากของคุณให้เคยชินกับการออกเสียง
5. ทำการบ้าน
การทำการบ้านคือการฝึกฝนทักษะการใช้ภาษาให้เป็นไปอย่างแม่นยำ จนกลายเป็ความชำนาญ และสามารถทำออกมาได้อย่างอัตโนมัติในที่สุด
6. จับกลุ่มเรียน
หาเวลาทบทวน ทำการบ้าน หรือแค่ฝึกพูดภาษานั้นๆ กับเพื่อนๆ เป็นประจำ ซึ่งจะช่วยแก้ไขข้อบกพร่องให้กันและกันได้ แถมยังทำคุณจดจำได้แม่นยำยิ่งขึ้นด้วย
7. หาจุดอ่อน
คุณควรหาจุดอ่อนในการเรียนของตัวเองให้เจอ เพื่อที่จะได้เพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้ อย่างเช่น ถ้าคุณเป็นคนเงียบๆ และไม่ค่อยมีส่วนร่วมในชั้นเรียน ก็บังคับตัวเองให้เลือกที่นั่งแถวหน้าในห้องเรียนซะ
8. หาโอกาสในการใช้ภาษา
เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับภาษานั้นๆ ให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยกับเจ้าของภาษาเช่าหนังที่พูดภาษานั้นๆ มาดูหรือแม้กระทั่งหาแฟนที่เป็นเจ้าของภาษานั้นซะเลย
9. ทุ่มความสนใจ
พูดง่ายๆ ก็คือ หายใจเข้าออกก็ให้เป็นภาษานั้น เรียนรู้ภาษานั้นๆ ทั้งในและนอกห้องเรียนอย่างจริงจังและเต็มที่ ถึงขนาดถ้าฝันได้ก็อาจฝันเป็นภาษานั้นๆ ด้วย
10. ปรึกษาผู้รู้
ถ้ามีปัญหาหรือติดขัดอะไร ก็ต้องสอบถามครูผู้สอนหรือเจ้าของภาษานั้นทันที เพื่อทำลายกำแพงที่เป็นอุปสรรคในการเรียนออกไปให้เร็วที่สุด คุณจะได้ไม่ต้องสะดุดอยู่นานเกินไป ซึ่งอาจทำให้คุณเกิดความเบื่อหน่ายได้

Credit - kapook

วันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2551

* Why *



เพื่อน ๆ ที่นี่เชื่อหรือไม่ว่า สิ่งประดิษฐ์ในยุคใหม่ ๆ นั้นก็สามารถทำลายทักษะบางอย่างของเราได้เหมือนกัน

ดูอย่างผลวิจัยในแคนาดาสิ พวกเขาพบว่าเครื่องคิดเลขคือต้นตอของการที่ทำให้เด็ก ๆ คิดเลขช้า อ้าว ..... ใช้เครื่องคิดเลขแล้วจะช้าได้ยังไง

เพื่อน ๆ คงกำลังคิดอยู่ใช่มั้ยค่ะ แน่นอนว่าถ้าคิดเลขโดยใช้เครื่องคิดเลขนั้นย่อมได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วอยู่แล้ว แต่ถ้าลองให้เด็ก ๆ คิดเลขโดยไม่ใช้เครื่องคิดเลขนี่สิค่ะ เด็ก ๆ ที่ทำการทดลองจะคิดเลขช้าลงมากกว่าครึ่งของที่ใช้เครื่องคิดเลขเลยทีเดียว
แต่ในทางกลับกันเด็ก ๆ ในประเทศที่เครื่องคิดเลขไม่ได้มีแพร่หลายอย่างในจีนนั้น เด็ก ๆ จะคิดเลขได้เร็วมากกว่า เพราะพวกเขาฝึกใช้การบวก ลบ คูณ หาร ด้วยตัวเองเป็นประจำอยู่แล้ว แถมเด็ก ๆ เหล่านี้ยังมีกล้ามเนื้อหัวใจและสมองที่ดีกว่าเด็ก ๆ ในแคนาดาที่ทำการทดลองเสียอีก
เพื่อน ๆ ที่นี่คนไหนที่มีลูกหรือมีหลาน ๆ ก็อย่าลืมฝึกให้พวกเขาคิดเลขเองโดยไม่ใช้เครื่องคิดเลขตั้งแต่ยังเด็ก ๆ นะคะ เพราะว่าไม่อย่างนั้น เขาจะกลายเป็นคนที่คิดเลขช้ามากหากไม่มีตัวช่วย
บางครั้งการลำบากตั้งแต่เริ่มต้นก็ช่วยให้ตอนปลาย ๆ ง่ายขึ้นเหมือนกันนะ เหมือนคำโบราณที่ว่า อดเปรี้ยวไว้กินหวานไง


^^ เครดิต teenee

วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

* ^-^ *


สิ่งที่ห้ามทำ..หลังการทานอาหาร..!!
1.ห้ามสูบบุหรี่ มีผลการทดสอบที่พิสูจน์โดยผู้เชี่ยวชาญแล้วว่า การสูบบุหรี่หลังรับประทานอาหาร เทียบเท่ากับ การสูบบุหรี่ถึง 10 ม้วน (โอกาสเป็นมะเร็งสูงกว่า)
2. ห้ามทานผลไม้ทันที การทานผลไม้ทันทีหลังอาหาร จะทำให้เกิดลมในกระเพาะอาหารได้ ดังนั้นควร ทานผลไม้หลังทานอาหารไปแล้ว 1-2 ชั่วโมงหรือก่อนอาหาร 1 ชั่วโมง
3. ห้ามดื่มชา เพราะมีผลทำให้การย่อยสารโปรตีนในอาหาร ที่เรารับประทานเข้าไปนั้นเป็นไปยากขึ้น
4. ห้ามคลายเข็มขัด เพราะการคลายเข็มขัดหลังมื้ออาหาร จะทำให้ลำไส้บิดตัวและอุดตันได้
5. ห้ามอาบน้ำ การอาบน้ำจะเพิ่มแรงดันเลือดไปสู่มือ แขนขาและทั่วตัว ดังนั้น จำนวนเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงกระเพาะอาหารจึงลดลง ซึ่งส่งผลให้ระบบการย่อยอาหารของกระเพาะเราแย่ลง
6. ห้ามเดินไปมา ผู้คนมักบอกเสมอว่า การเดิน 100 ก้าวหลังรับประทานอาหาร จะทำให้อายุยืนถึง 99 ปี ตามข้อเท็จจริงแล้วไม่ใช่เลย การเดินจะส่งผลให้ ระบบย่อยของเรา ไม่สามารถดูดซึมสารอาหารที่เราทานเข้าสู่ร่างกายได้
7. ห้ามหลับทันที เพราะอาหารที่เราทานเข้าไป จะไม่สามารถย่อยได้เลย ดังนั้นจะทำให้เกิดเชื้อโรค หรือ เกิดลมในกระเพาะและลำไส้ของเราได้

ขอบคุณบทความดีดีจาก thaireaderclub.com, ผู้ส่ง : เอฟาร์อีสเตียน

วันอาทิตย์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

* Stade Roland Garros *



The Stade de Roland Garros (Roland Garros Stadium) is located in the 16th arrondissement of Paris, France, and is home of the French Open Grand Slam tennis tournament , played every year in May and June. The stadium is named after Roland Garros, an early French aviator and a fighter aircraft pilot during World War I, who , on September 23, 1913, had become the first man to fly a plane over the Mediterranean Sea.

The stadium grounds also contain the Tenniseum, a museum of tennis.


tournament การแข่งขันกีฬา
aviator นักบินสตรี
fighter นักมวย, นักรบ, เครื่องบินรบ
aircraft อากาศยานทุกชนิด ทั้งชนิดมีปีกและชนิดบรรจุก๊าซ
pilot ผู้ขับขี่เครื่องบิน, นักบิน, นำ, ขับ
museum พิพิธภัณฑสถาน

วันจันทร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2551

* Roland Garros *

สัญลักษณ์ของ Roland Garros
ส่วนเนื้อหาเดี๋ยวมาอัพทีหลังนะคะ
เน็ตช้ามากเลย แฮะๆ




วันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2551

* Independence Day *



ตรงกับวันที่ 4 กรกฏาคม ของทุกปี เป็นวันที่ ประเทศสหรัฐอเมริกา ประกาศอิสระภาพ จากประเทศอังกฤษเมื่อ 201 ปีมาแล้ว( 4 ก.ค 1776 ) วันนี้เป็นวัน Holiday ของชาวอเมริกัน เขาจะจัดงานเฉลิมฉลองกันทั่วประเทศ บ้างก็มีพาเหรด บางก็มีดนตรีบรรเลงกลางแจ้งให้ชม บ้างก็เล่นกีฬากัน โดยปกติถ้าไม่มีงานอะไร เขาจะอยู่ในบ้านกัน บรรยากาศจะค่อนข้างเงียบสงบ แต่วันนี้ เขาจะออกมาชุมนุม ที่สนามและที่ชายหาด มานั่งอาบแดด สนทนา เล่นกีฬากัน มี boot ขายสิ่งของ ขายอาหาร และยังมี American Redcross มาค่อยให้ความช่วยเหลืออีกด้วย รถราและ ผู้คนหนาตามากวันนี้มาจองที่เพื่อดูการจุดดอกไม้ไฟตอนสามทุ่มครึ่งกันแน่
มีพาเหรดเหมือนประเทศฝรั่งเศสเลย จะถึงแล้วเลยเอามาให้ดูกันอ่ะค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2551

* Good drink *



นอกจากการออกกำลังกายที่ถือว่าเป็นการป้องกันโรคที่ดีที่สุดแล้ว สิ่งที่เรารับประทานเข้าไปในทุก ๆ วันนั้นก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน วันนี้ขอแนะนำเครื่องดื่มจากธรรมชาติที่ช่วยต้านโรคภัยมาฝากนะ


น้ำมะเขือเทศ - - -> ช่วยป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมากและช่วยให้ผิวพรรณดูอ่อนวัย เพราะมีสารไลโคปีนนั่นเอง สามารถเติมเกลือและพริกไทย เพื่อเพิ่มรสชาติได้ด้วย แต่อย่าดื่มน้ำมะเขือเทศที่เย็นจัดนะจ๊ะ เพราะว่ามันไม่ดี

น้ำแอปเปิ้ล - - -> ช่วยป้องกันมะเร็งและช่วยฟื้นฟูร่างกาย อันที่จริงนั้นแอปเปิลสามารถกินได้ทั้งลูก แต่เพื่อป้องกันการแวกซ์แอปเปิล ก็ควรปอกเปลือกก่อนรับประทาน

น้ำลูกแพร์ - - -> เมื่อดื่มเข้าไปแล้วมันจะช่วยให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนแห่งความสุข ทำให้เราไม่เครียด

น้ำแครอต - - -> ช่วยบำรุงสายตาและก็ป้องกันมะเร็ง แต่อย่าดื่มมากเกินไปเพราะว่าวิตามินส่วนเกินจะถูกเก็บไว้ที่ตับ ซึ่งอาจจะเป็นอันตรายได้

น้ำผัก - - -> ไม่ทำให้อ้วน เนื่องจากมีระดับน้ำตาลต่ำกว่าน้ำผลไม้ เด็ก ๆ สามารถดืมได้ ไม่เป็นโรคอ้วนแน่นอน แต่ว่าต้องไม่เติมน้ำตาลเพิ่มเองนะ แล้วก็ควรใช้ผักปลอดสารพิษด้วย เพื่อสุขภาพที่ดี

*เพื่อนๆ ชอบแบบไหนก็เลือกดื่มตามใจชอบ แล้วก็อย่าลืมดื่มน้ำเปล่าที่สะอาดด้วยนะคะ