วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

* Blythe1 *

จับสาวน้อย...มาทำศัลยกรรม (มติชน)

หลังจากที่เจ้าตุ๊กตาบลายธ์เข้ามาครองใจทั้งวัยเด็ก วัยรุ่น จนถึงสูงวัย ทั้งแบบราคาย่อมเยา จนถึงราคาสูงแบบลิมิเต็ด สำหรับคนที่กระเป๋าหนักโดยเฉพาะ ใครที่กระเป๋าบางคงต้องเก็บเงินอีกนานกว่าจะได้รุ่นในแบบที่ฝัน
แต่มี "ทางออก" ของคนรักตุ๊กตาบลายธ์แล้ว โดยไม่ต้องเสียเงินสูงๆ แต่สามารถทำให้ตุ๊กตาบลายธ์ของตัวเองเปลี่ยนรูปโฉมให้เหมือนบลายธ์ลิมิเต็ดได้ ด้วยการ "คัสตอม" หรือการ "ศัลยกรรมบลายธ์" จึงกลายเป็นงานสุดฮิตที่เหล่าคนรักตุ๊กตาบลายธ์เริ่มนิยมกันมากขึ้น เพราะสามารถทำตุ๊กตาบลายธ์ราคาย่อมเยาของตัวเองให้แปลงโฉมเป็นตุ๊กตาบลายธ์ คล้ายรุ่นลิมิเต็ดได้อย่างง่ายดาย
เมื่อทุนน้อย แต่ได้ตุ๊กตาบลายธ์ที่มีราคาสูงขึ้น ย่อมเป็นที่สนใจอยู่แล้ว อีฟ-ศิริธร อุปเสน รับศัลยกรรมตุ๊กตาบลายธ์ หรือน้องบลายธ์แสนรักของทุกคน บอกว่า ตัวเองเป็นคนชอบเล่นตุ๊กตาบลายธ์เหมือนกัน ชอบแต่งตัวแบบใหม่ๆ แต่เสียดายที่เปลี่ยนหน้าตาไม่ได้ บางทีอยากได้แบบที่โชว์ตามเว็บแต่ไม่มีขายในประเทศไทย จนเห็นว่าที่ประเทศญี่ปุ่น อเมริกา อังกฤษ มีการแนะนำทำศัลยกรรมตุ๊กตาบลายธ์ หรือการคัสตอม จึงลองดู โดยเรียนรู้วิธีทำจากอินเทอร์เน็ต
"อีฟเริ่มศัลยกรรมกับตุ๊กตาบลายธ์ของตัวเองก่อน จนชำนาญจึงเปิดรับทำศัลยกรรมให้กับคนที่สนใจ โดยมีเด็กตั้งแต่อายุ 8 ขวบ จนถึง 50 ปี ที่มาทำศัลยกรรมบลายธ์ สาเหตุที่มาทำกันนั้นส่วนใหญ่อยากเปลี่ยนรูปลักษณ์บลายธ์ของตัวเอง และซื้อมาราคาถูก ค่อยมาทำศัลยกรรมให้เหมือนรุ่นลิมิเต็ดที่มีราคาแพง แต่ใครที่ซื้อบลายธ์ราคาแพงมาแล้ว หรือรุ่นลิมิเต็ดจะไม่เอามาทำศัลยกรรม"
ส่วนใหญ่อวัยวะที่คนรักบลายธ์จะนำมาศัลยกรรมนั้น อีฟบอกว่า จะทำหน้าผิวหน้าให้ด้าน แต่งหน้าใหม่ เปลี่ยนขนตา เปลี่ยนสีผิว ตัดผม ทำสีผม เหลาปากแต่ส่วนที่ไม่ค่อยทำกันคืออายคลิป บางคนเสียดายหน้าเดิม แต่อยากให้บลายธ์ถ่ายรูปขึ้นก็มาทำผิวตุ๊กตาให้ด้านจะทำให้ถ่ายรูปสวยขึ้น
"ลูกค้าที่ทำศัลยกรรมจะเอาแบบมาให้ดู หรือตั้งโจทย์ให้เราทำ แต่ต้องบอกก่อนว่าอาจไม่ออกมาเหมือน 100% เพราะว่าสีที่ทำผสมนั้นจะเป็นแฮนด์เมกทั้งหมด อาจผสมสีได้ไม่เหมือนจริง แต่จะทำให้ใกล้เคียงมากที่สุด เครื่องมืออุปกรณ์ก็หาได้ในไทย เว้นอุปกรณ์บางชิ้น เช่น เลนส์ตา ผม อุปกรณ์ที่อยู่ส่วนหัวทั้งหมด ต้องสั่งจากต่างประเทศ"
นอกจากนี้คนทำศัลยกรรมบลายธ์ยังบอกเทรนด์ที่คนรักบลายธ์ชอบทำศัลยกรรมมากที่สุด คือ การเหลาปาก ให้รูปปากเล็กๆ ตัดผมม้า ทำบิ๊กอาย ให้หน้าตาแบ๊วขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นเทรนด์ที่ฮิตใกล้เคียงกับมนุษย์มากขึ้น แถมเทรนด์ที่กำลังตามมาอย่างต่อเนื่อง คือ "การแปลงเพศ" เพราะตุ๊กตาบลายธ์เป็นผู้หญิง คนจึงนำมาแปลงเพศให้หน้าตา ผิวพรรณ ทรงผมเป็นผู้ชาย เพื่อมีบลายธ์ผู้ชายและผู้หญิงคู่กัน
ส่วนราคาศัลยกรรมนั้นมีตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักพัน แล้วแต่อุปกรณ์วัสดุที่จะเปลี่ยน เป็นราคาที่ถือว่าถูกสำหรับคนรักบลายธ์มากๆ แถมเมื่อเปลี่ยนให้บลายธ์สวยงามแล้ว เมื่อนำไปประมูลยังทำให้ราคาสูงขึ้นอีกด้วย จึงทำให้การศัลยกรรมบลายธ์เป็นที่นิมยมเป็นอย่างมาก แต่ไม่สามารถนำมาหลอกคนอื่นได้ว่าเป็นบลายธ์รุ่นลิมิเต็ด เพราะการศัลยกรรมจะมีร่องรอยอยู่ จึงหลอกคนซื้อไม่ได้
แม้จะเป็นที่นิยมสูง แต่ "อีฟ" ศิริธร บอกว่า ศัลยกรรมบลายธ์ดูเหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ แต่การทำวิธีบางอย่างก็ยากเช่นกัน เช่น ทำผมทรงแปลกๆ หรือลูกค้าอยากเหลาปากให้เล็ก พอเหลาแล้วอยากเหลาอีกก็ไม่สามารถทำได้ ดังนั้นก่อนทำต้องตัดสินใจดีๆ
"อยากฝากให้คนที่อยากทำศัลยกรรมบลายธ์หรือคัสตอมว่า ก่อนมาทำขอให้ดูความชอบของตัวเองก่อนว่าอยากเปลี่ยนแปลงอะไร และชอบตรงนั้นจริงๆ ที่สำคัญอย่าไปเสียดายหน้าเดิมๆ หากตัดสินใจจะทำแล้ว รวมทั้งเลือกช่างที่เราไว้ใจ ดูผลงานที่ผ่านๆ มา บางทีทำกับคนที่ไม่รู้อาจไม่ถูกใจ พอแก้ไขจะลำบาก ซึ่งแก้แล้วแก้อีกจะทำให้ตุ๊กตาช้ำได้ และถ้าโดนทินเนอร์บ่อยๆ มีสิทธิทำให้ร้าวเช่นกัน"

เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของคนที่รักตุ๊กตาบลายธ์

* kapook

* Blythe *






ตาโต หน้ากลม ขนตางอนงาม ปากนิด จมูกหน่อย อะๆ อย่าเพิ่งคิดไปไกล เรากำลังบรรยารูปร่างหน้าตาของ "Blythe" แหม...งงล่ะสิว่า "Blythe" คืออะไร งั้นเฉลยค่ะ "Blythe" คือตุ๊กตาสาวน้อยแสนสวยที่กำลังอินเทรนด์ในหมู่วัยรุ่น (คล้ายๆ ตุ๊กตาบาร์บี้) ทั้งที่ความจริงแล้วสาว Blythe เข้ามาสร้างความสดใสให้สาวๆ ตั้งแต่ 30 ปีที่แล้ว เชื่อว่าถ้าเห็นหลายคนคงร้องอ๋อ เพราะคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี แต่ก็มีอีกหลายคนอยากรู้ว่าสาว Blythe จะน่ารักขนาดไหน และมีคุณสมบัติพิเศษอะไรทำไม๊...ทำไมถึงฮิตฮอตซะขนาดนั้น ถ้างั้นก็อย่าช้าตามเข้ามาหาคำตอบกันเลย...
Blythe อ่านออกเสียงว่า Blahyth หรือ Blind (บลายธ์) เธอคือตุ๊กตาวินเทจเจ้าเสน่ห์ที่ถูกออกแบบให้ถือกำเนิดขึ้นในปี 2515 (ค.ศ. 1972) โดยโรงงานผลิตของเล่นในสหรัฐอเมริกา นามว่า เค็นเนอร์ (Kenner) ภายใต้ concept ที่อยากสร้างเอกลักษณ์ความแตกต่างให้เกิดขึ้นกับตุ๊กตา และหลังจากนั้น Kenner ได้ว่าจ้างดีไซเนอร์นักออกแบบของเล่นอย่าง Allison Katzman จาก Marvin Glass & Associates หนึ่งในสตูดิโอออกแบบของเล่นชื่อดังที่สุดในโลก ให้ดีไซน์ปลุกปั้นตุ๊กตา Blythe ฉบับออริจินัลขึ้น
โดย Allison Katzman ได้หยิบเอาดวงตาที่ตั้งใจจะใช้กับตุ๊กตาสุนัขมาใส่ในตัว Blythe ส่วนลำตัวแรกๆ ก็มีขนาดได้สัดส่วนกับหัวที่มีขนาดใหญ่ แต่ปรากฏว่ากล่องใส่มีขนาดสั้น จึงต้องลดสัดส่วนความยาวลำตัวให้บรรจุได้พอดี ตุ๊กตาบลายธ์จึงหัวโตตัวสั้น ดูเหมือนการ์ตูน แล้วนับแต่นั้นมา เด็กๆ ทั้งหลายก็ได้รู้จักกับของเล่นชิ้นใหม่ชิ้นนี้
ซึ่งสาว Blythe ปรากฎตัวครั้งแรกพร้อมกับทรงผมยอดฮิตในยุค 70s ซึ่งมีให้เลือกทั้งหมด 4 สี 4 แบบ พร้อมด้วยแฟชั่นเครื่องแต่งกายสไตล์วินเทจที่มีให้ Mix & Match กว่า 12 ชุด โมเดลตุ๊กตาทั้ง 4 แบบ ชื่อ Blythe, Karess, Willow และ Skye จึงถูกคิดค้นขึ้นมา แต่ด้วยความที่อยากให้ตุ๊กตา Blythe ล้ำยุค และมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร รูปลักษณ์ภายนอกของสาวบลายธ์จึงถูกออกแบบขึ้นมาอย่างโดนเด่น หัวโต ตัวผอม ความสูง 11.5 นิ้ว มีดวงตากลมโตเท่าไข่ห่านที่หลับได้เปิดได้ แถมเวลาเปิดเปลือกตาแต่ละครั้ง เธอสามารถเปลี่ยนสีดวงตาได้ถึง 4 สี คือ เขียว ชมพู ส้ม และน้ำเงิน
เพียงแค่ดึงห่วงที่อยู่หลังศีรษะ และ Blythe สามารถบิดเอวและเข่าได้ เพื่อให้เปลี่ยนชุดได้ง่ายและสามารถโพสต์ท่าเหมือนนางแบบ ทำให้กลับกลายเป็นว่าเด็กๆ ต่างพากันหวาดกลัวตุ๊กตาตัวแรกของโลก ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ Blythe ไม่เป็นที่นิยม จนมีเหตุให้ต้องปิดตัวลงหลังจากที่ออกวางขายในตลาดได้แค่เพียง 1 ปีเท่านั้น
จากนั้นในปี 2545 (ค.ศ. 2002) หรือ 30 ปี ต่อมาสาว Blythe ก็กลับมาได้รับความนิยมในหมู่นักสะสมอีกครั้ง เพราะหลังจากที่ Gina Garan (โปรดิวเซอร์สาวชาวอเมริกัน ) ได้รับตุ๊กตา Blythe เป็นของขวัญ ทำให้เธอตกหลุมรักมันพร้อมๆ กับถ่ายภาพเธอ Blythe เก็บไว้กว่า 100 รูป จนถูกตีพิมพ์เป็นหนังสือรวมภาพถ่ายชื่อ "This is Blythe" รวมถึงหนังสือ Firecracker Alternative Book ที่ขายได้กว่า 100,000 และจัดนิทรรศการแสดงภาพถ่าย ที่ทำให้ชื่อของ Gina's Gallery โด่งดังไปทั่วโลก
หลังจากที่ Hasbro (ผู้สืบทอดกิจการจาก Kenner) ได้มอบลิขสิทธิ์การผลิตตุ๊กตาให้กับบริษัท Takara ประเทศญี่ปุ่น Blythe ก็เริ่มเป็นที่รู้จักของคนญี่ปุ่น จากการเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณา TV ให้กับห้างสรรพสินค้าชื่อดังอย่าง Parco และเพียงชั่วข้ามคืนมันก็กลายเป็นตุ๊กตายอดนิยม ส่งผลให้ราคาประมูล Blythe ดีดตัวพุ่งสูงขึ้นจากเดิม $35 เป็น $350 ทันที
และในปี 2001 Takara ได้รับหน้าที่แปลงโฉม Blythe ให้ดูโดนเด่นขึ้นด้วยขนาดตัว 11 นิ้ว พร้อมกับชื่อใหม่ว่า "Neo Blythe" และนับแต่นั้นมา ก็มีคอลเลกชั่นต่างๆ ของ Neo Blythes (นีโอ บลายธ์) เกิดขึ้นมากมายกว่า 37 แบบ ไม่ว่าจะเป็น Blythe ตัวแรก Parco Limited Edition (1,000 ตัว) ตามมาด้วยคอลเลกชั่น Mondrian, Rosie Red, Holly Wood, All Gold in One, Kozy Kape inspired, Aztec Arrival inspired, Sunday Best และ Miss Anniversary Blythe ซึ่งเป็นคอลเลกชั่นพิเศษ ที่ทำขึ้นเพื่อเป็นการฉลองวันเกิด ครบรอบ 1 ปี ของ Neo Blythes
และยังมีเซอร์ไพรสให้กับ์เหล่านักสะสมตุ๊กตาทั้งหลายด้วยการเปิดตัว Blythe สายพันธ์ใหม่นามว่า "Petite Blythe" (พีทิต บลายธ์) ด้วยขนาดตัวที่เล็กกะทัดรัดเพียง 4.5 นิ้ว แม้ว่าจะมีสีตาให้เลือกเพียงสีเดียว แต่มันสามารถขยับเปลือกตาขึ้น-ลงได้พร้อมๆ กับการดัดบอดี้ส่วนต่างๆ ให้ดูมีการเคลื่อนไหวเพิ่มมากขึ้น และมีออกมาทั้งหมด 48 แบบ
ซึ่งคอลเลกชั่นนี้ถือว่าโดดเด่น และได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือ Perfect Petite Series Blythe Dolls ที่ประกอบไปด้วย Asian Butterfly, Paisley Star และ Cosmo Afternoon ปิดท้ายด้วยการเปิดตัว Blythe Belle ตุ๊กตาพีวีซีที่จำลอง และย่อส่วนขนาดของ Blythe ให้เหลือเพียงแค่ 3 นิ้วเท่านั้น


** รู้รายละเอียดและเห็นหน้าตาของสาว Blythe กันแล้ว นั่นแน่! เพื่อนๆ เริ่มหลงรักและอยากจะเป็นเจ้าของตุ๊กตา Blythe แล้วใช่ไหมล่ะ อะๆ ช้าเดี๋ยวตกเทรนด์ไม่รู้ด้วยนะ

* Where *



อากาศร้อนๆ แบบนี้เราคงจะอยากไปทะเลกันใช่ไหมเอ่ย

แล้ว เพื่อนๆ รู้ไหมเอ่ยว่าเกลือในทะเลมาจากไหน


งั้น ต๋อมจะบอกให้น้า


ส่วนประกอบของเกลือจากน้ำทะเลคือ โซเดียมคลอไรด์ และ แมกนีเซียมคลอไรด์ ซึ่งมีอยู่ตามพื้นดินหินทั่วไปเมื่อฝนตกลงมาซะล้างสาร ดังกล่าว จากพื้นดินและหินไหลลงสู่แม่น้ำจนกระทั่งไหลไปรวมสะสมอยู่ในทะเล โดยไม่สามารถจะไหลถ่ายเทไปที่อื่นได้ ส่วนแสงอาทิตย์ ที่ส่องลงมา ทำให้น้ำทะเลกลายเป็นไอลอยขึ้นไปเป็นน้ำบริสุทธิ์ ทำให้น้ำในทะเลเข้มข้นมีความเค็มเพิ่มขึ้นทุกปี จนกระทั่งสามารถนำ น้ำทะเลให้แห้งกลายเป็นเกลือนำมารับประทานได้


& sanook

วันอังคารที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2552

* winter *

อากาศเย็นเสี่ยงต่อโรคหัวใจ
จากการรายงานล่าสุด ของ European Society of Cardiology ระบุว่า สิ่งที่ค้นพบนั้น ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร เพราะอากาศเย็น ก็ทำให้เส้นเลือดหดตัวอยู่แล้ว และเมื่อเส้นเลือดหดตัว ก็ทำให้เลือดไหลผ่านได้ยากขึ้น แต่การค้นพบครั้งนี้ นับเป็นเอกสารชิ้นแรก ที่รายงานออกมาว่าอากาศที่มีความผันผวน มีความเกี่ยวพันกับโรคหัวใจ ในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง การศึกษาครั้งนี้ ได้ใช้เวลา 2 ปี โดยนักวิทยาศาสตร์ จาก University of Burgundy ในฝรั่งเศส ได้ทำการทดลองกับคนไข้ 784 คน ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลท้องถิ่น ด้วยอาการของโรคหัวใจ และนักวิจัยพบว่า ในสภาพอากาศเย็น จะมีการรับผู้ป่วยเข้ารักษาในโรงพยาบาลมาก และเป็นเช่นนี้ ทุก ๆ ปี ในช่วงเวลาเดียวกัน
ในการศึกษา ยังพบอีกว่า 50% ของผู้ป่วยด้วยโรคหัวใจ เข้ารับการรักษาอาการความดันโลหิตสูงมาก่อน หรือบางครั้งก็มีอาการเกี่ยวกับความดันโลหิตสูงปรากฏออกมา ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว โรคหัวใจ จะพบบ่อย เมื่ออุณหภูมิลดต่ำกว่า 39.2 F
โรคหัวใจ (Heart Attack) มักจะเกิดขึ้นกับผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูง และเมื่ออุณภูมิลดต่ำลงไปมากกว่า 9 องศา ในวันเดียวกัน ผู้ป่วยเหล่านี้ก็จะมีอาการของโรคหัวใจความดันโลหิตนั้น จะเพิ่มขึ้น เมื่ออากาศเย็นลง เพราะเส้นเลือดหดตัวแคบลง ทำให้เลือดไม่ไปเลี้ยงหัวใจ
Dr.David Faxon หัวหน้างาน Cardiology ของ University of Chicago และอดีตประธานของ American Heart Association กล่าวว่า งานวิจัยนี้ มีความสำคัญ และทำให้มีการตระหนักในเรื่องของอากาศเย็น และความดันโลหิตมากขึ้น พร้อมกล่าวอีกว่า ความกดอากาศ ก็เป็นสิ่งที่มีความสำคัญและเกี่ยวพันกับโรคหัวใจที่อาจจะเกิดกับผู้ที่ความดันโลหิตสูงเช่นกัน แต่การศึกษาในครั้งนี้ ไม่ได้มีการระบุถึงกรณีของผู้ที่มีระดับความดันโลหิตปกติ อย่างไรก็ตาม อากาศ กับความเกี่ยวพันธ์กับโรคหัวใจนั้น ยังไม่ชัดเจนเท่าที่ควร ยังต้องการการศึกษา และเปรียบเทียบทฤษฎีอีกหลายทฤษฎีที่มีอยู่

** ช่วงนี้อากาศหนาว เพื่อนๆ ใส่เสื้อกันหนาวให้อุ่นๆ ด้วยน้าา

เทคแคร์จ้า

วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2551

* A-NET *

พร้อมกันหรือยังเอ่ย..วันนี้เพื่อย้ำเตือนความจำเลยมีข่าวการรับสมัครสอบเอเน็ตมาฝากกันจ้า สมัครวันไหน เวลาอะไร ที่ไหน ไปอ่านรายละเอียดกันเลย..
สกอ.พร้อมแล้ว..เปิดสมัครเอเน็ตปี 52 ยืนยันปฏิทินเอเน็ต ประกาศระเบียบสอบวันที่ 20 ธันวาคม - 12 มกราคม ดูรายละเอียดจากเว็บไซต์ www.cuas.or.th พร้อมฝากนักเรียนตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องป้องกันการผิดพลาด..
นางศศิธร อหิงสโก ผอ.สำนักส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพนักศึกษา สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา [สกอ.] เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สกอ.ได้เชิญหัวหน้าศูนย์สอบทั้ง 18 ศูนย์สอบมาหารือเพื่อเตรียมการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นสูง หรือ เอเน็ต ประจำปีการศึกษา 2552 แล้ว..
โดย สกอ.ยืนยันปฏิทินการทดสอบเอเน็ตประจำปีการศึกษา 2552 จะประกาศระเบียบการสอบตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2551-12 มกราคม 2552 ทางเว็บไซต์ www.cuas.or.th และรับสมัครวันที่ 22 ธันวาคม 2551-12 มกราคม 2552 ทาง www.cuas.or.th โดยชำระค่าสมัครผ่านธนาคาร หรือที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ
จากนั้นให้ผู้สมัครตรวจสอบความถูกต้องตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม 2551-14 มกราคม 2552 ทาง www.cuas.or.th และยื่นคำร้องขอแก้ไขข้อมูลตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม 2551-16 มกราคม 2552 ทางโทรสาร 0-2354-5624, 0-2354-5598 จากนั้นจะประกาศแผนผังที่นั่งสอบวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ทาง www.cuas.or.th สอบข้อเขียนวันที่ 28 กุมภาพันธ์-1 มีนาคม 2552 และประกาศผลสอบวันที่ 5 เมษายน 2552 ทาง www.cuas.or.th
นางศศิธร กล่าวอีกว่า แม้ว่าการสอบเอเน็ตครั้งนี้เป็นการทดสอบครั้งสุดท้าย ก่อนจะปรับเปลี่ยนไปใช้การคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาด้วยระบบกลางการรับนิสิตนักศึกษา หรือแอดมิชชั่น ปี 2553 ที่จะไม่มีการจัดทดสอบเอเน็ตแล้ว ทั้งนี้ การสอบครั้งนี้ไม่มีอะไรที่ปรับเปลี่ยนไปจากเดิม แต่การทดสอบหรือการเตรียมการในการสอบยังคงเข้ม และทุกคนต้องปฏิบัติตามระเบียบที่กำหนดไว้ รวมทั้งวิชาสอบเหมือนเดิม คือสอบภาษาไทย 2 สังคมศึกษา 2 ภาษาอังกฤษ 2 คณิตศาสตร์ 2 วิทยาศาสตร์ 2 ภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมัน ภาษาบาลี ภาษาอาหรับ ภาษาจีน และภาษาญี่ปุ่น
"ฝากนักเรียนที่จะสมัครสอบทุกคน ขอให้ศึกษาระเบียบการรับสมัคร และสมัครสอบให้ครบทุกวิชาตามที่คณะหรือมหาวิทยาลัยที่ต้องการเข้าศึกษากำหนดไว้ เช่น กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย[กสพท.] กำหนดให้สอบเอเน็ต 5 วิชา และถ้าใครสอบไม่ครบถือว่าขาดคุณสมบัติการเขาศึกษาต่อทันที หรือแม้แต่ในคณะต่างๆ ถ้าสอบไม่ครบตามที่คณะหรือมหาวิทยาลัยกำหนดนักเรียนจะหมดสิทธิ์เข้าศึกษาต่อที่สถาบันนั้นๆ ทันที"

* คณะที่เราจะสอบเข้า เขากำหนดให้ใช้เอเน็ตวิชาอะไรบ้าง.. ตรวจสอบให้ดี และสมัครสอบให้ครบถ้วนครับน้า..

Credit - Dek-D

วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

* Loy Krathong Festival *



"....Loy Loy Kra thong...Loy Loy Kra thong........"



Yes , this song above, alway comes when we celebrate the most famous festival of Thailand...called "Loy Krathong".


The most popular festivals in early of the month November, is the Loy Krathong Festival. This festival is very welknown to Thai people and also foreigners. And it set during the weather is clear, on the full moon night, when the river is high over the country. There has an important meaning about "Loy Krathong", first, "Loy" means "to float" and "Krathong" means a lotus-shaped vessel made of banana leaves. The Krathong usually contains a candle, tree joss-sticks, some flowers and coins.


In the past, people believe that they offer thank to the Goddess of water. Thus, by moonlight, people light the candles and joss-sticks, make a wish and launch their Krathong on canals, rivers or even small ponds. It is believed that the Krathongs can carry away sins and bad luck, and the time to start the coming new year, tobe joyful, and happy as suffering are floated away.


** วันนี้เพื่อนๆไปลอยกระทงที่ไหนกันบ้างเอ่ย
ต๋อมลอยแถวบ้านอ่ะ


ไปและ บะบายน้าาา

วันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2551

* Halloween *

กุ๊กๆ กู๋....ผี มาแล้ววววววว มาพร้อมกับสัปดาห์สยองขวัญ ต้อนรับเทศกาลฮาโลวีน
และแน่นอน ไหนๆ ก็เป็นสัปดาห์เทศกาลผี (หลอก) แล้ว ก็เลยขอนำเสนอเรื่องราวผีๆ ประเพณีที่แตกต่างในต่างแดนกันเลยแล้วกัน
เรามาเริ่มกันที่...


Scotland

ในสก็อตแลนด์ ความเชื่อพื้นบ้านในเรื่องของวันฮาโลวีนนั้นก็ยังคงวนอยู่กับความเชื่อของชาวเซลติกโบราณในเรื่องเทพยดานางฟ้า เด็กๆ ก็จะพากันออกเดินไปทั่ว พร้อมกับถือตะเกียงที่ทำเป็นรูปหน้าปีศาจ เพื่อเป็นการขับไล่สิ่งชั่วร้าย บางครั้งตะเกียงดังกล่าวทำมาจากหัวผักกาด โดยใส่เทียนไขไว้ข้างใน แต่ในยุคปัจจุบัน ก็หันมาใช้ฟักทองตามแบบวัฒนธรรมอเมริกาเหนือ เนื่องจากสามารถแกะสลักได้ง่ายกว่านั่นเอง
ตามบ้านเรือนก็จะได้รับการคุ้มครองจากตะเกียงนี้ด้วย ตามธรรมเนียมแบบสก็อตแลนด์หากวิญญาณต่างๆหลุดรอดผ่านโคมไฟไปได้ เจ้าของบ้านก็จะต้องให้อาหารหรือส่วนใดของบ้านให้กับวิญญาณนั้นๆ เด็กๆก็เช่นกัน จะปลอมตัวเป็นสัตว์ประหลาดเพื่อให้กลืนไปกับเหล่าวิญญาณ หากเด็กคนไหนสามารถเข้าถึงประตูบ้านได้ก็จะได้รับแจกอาหาร เป็นการขจัดวิญญาณชั่วร้ายที่ซ่อนอยู่ตามที่ต่างๆ
อีกการละเล่นที่เป็นที่นิยมคือ การรับแอปเปิ้ลด้วยปาก ภายหลังเปลี่ยนมาเป็นการคาบส้อมไว้ในปาก และปล่อยลงให้โดนผลแอปเปิ้ลแทน เนื่องจากกลัวอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับขากรรไกรนั่นเอง นอกจากนี้นยังมีเกมส์กินขนมปัง ที่ผูกเชือกห้อยจากเพดานโดยห้ามใช้มือ และพันผ้าปิดตาด้วย



USA and Canada

ปัจจุบันเทศกาลฮาโลวีนเป็นเทศกาลที่เป็นที่นิยมอันดับ 2 ของสหรัฐอเมริกาในการตกแต่งประดับประดาบ้านและร้านค้า รองมาจากเทศกาลคริสต์มาส เครื่องแต่งกายที่เป็นที่นิยมที่สุดสำหรับผู้ใหญ่คือ แม่มด โจรสลัด ผีดูดเลือด แมว และตัวตลก
นิวยอร์กถือเป็นเจ้าภาพการฉลองวันฮาโลวีนที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา รู้จักกันนาม Village Halloween Parade โดยพาเรดในช่วงเย็นนั้น มีผู้เข้าร่วมถึง 2 ล้านคน และผู้ชมทางโทรทัศน์กว่า 4 ล้านคนในแต่ละปี นับเป็นงานพาเรดที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ
ตามเมืองต่างๆ ผู้เล่น Trick or Treat จะได้รับการต้อนรับจากบ้านที่จุดตะเกียงฟักทองตามระเบียงไว้ แต่ในบางพื้นที่จะไม่อนุญาติให้เล่นในบริเวณใกล้กับศูนย์การค้า หรือพื้นที่ที่เกิดอาชญากรรมบ่อยครั้ง เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายที่เกิดจากความรุนแรงจากการเล่น แม้กระนั้นก็ได้มีการระบุเวลาในการเล่น เช่น 5 โมงเย็น – 1 หรือ 2 ทุ่ม เพื่อป้องกันการเล่นที่ดึกเกินไป
ในบางประเทศที่จัดงานฉลองวันฮาโลวีน มักมีกิจกรรมรอบกองไฟด้วย นอกจากนี้ยังมีการละเล่นพื้นบ้าน เช่น กินแอปเปิ้ลผูกเชือก ยิงปืน หาขนมที่ซ่อนอยู่ เล่าเรื่องผีพร้อมหลอกผี และกินขนมที่ทำขึ้นเอง บางครั้งก็จะเป็นการดูหนังผี
การเล่น Trick or Treat มักสิ้นสุดในตอนหัวค่ำ แต่ในบางที่ก็เล่นกันจนดึก งานเลี้ยงในชุดแต่งกายฮาโลวีน ถือเป็นโอกาสดีที่ผู้ใหญ่จะมารวมตัวกันเพื่อเข้าสังคม ตามผับ บาร์ต่างๆก็จะมีผู้มาใช้บริการที่แต่งตัวในชุดฮาโลวีน และในบางแห่งก็จัดการประกวดเพื่อเป็นการดึงความสนใจจากลูกค้า บ้านผีสิงก็เป็นหนึ่งในแหล่งที่เป็นที่นิยมในช่วงนี้
ในแถบแคนาดาตะวันตก พลุและการก่อกองไฟ ก็เป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองด้วย

Australia and New Zealand

ในแถบซีกโลกใต้ จะเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิอย่างเต็มที่ในช่วง วันที่ 31 ตุลาคม เวลากลางวันจะยาวนานขึ้น และจะสว่างมากขึ้น ซึ่งก็ไม่ค่อยจะเข้ากันกับธรรมเนียมวันฮาโลวีนตามแบบชาวเซลติกโบราณ ที่จะเน้นไปที่บรรยากาศของความมืดในฤดูหนาว และการผลัดใบของใบไม้สักเท่าไหร่
วันฮาโลวีนได้รับความนิยมไม่มากในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ โดยมากล้วนมาจากอิทธิพลของสื่ออเมริกัน ทั้งจากซิทคอมและการ์ตูนซิมป์สัน จะมีเพียงบางบ้านเท่านั้นที่ร่วมเทศกาลนี้ ในคืนวันฮาโลวีน หนังสยองขวัญเอย รายการทีวีที่เน้นรูปแบบและตกแต่งไปในทางสยองขวัญเอย ต่างก็ถูกนำมาออกอากาศเป็นเรื่องปกติ และปัจจุบันผู้คนมักจะสังสรรค์ปาร์ตี้วันฮาโลวีนเสียมากกว่าเล่น Trick or Treat อย่างไรก็ตามทั้งสองอย่างก็ยังคงมีให้เห็นอยู่ แต่การเล่น Trick or Treat มักจะทำกันระหว่างญาติมิตรมากกว่า


Credit จาก www.wikipedia.org และ Dek-d.com

วันอังคารที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2551

* faire les vendanges *


faire les vendanges ( เก็บองุ่น )

* Les vendanges, un travail saisonnier un peu à part


La France est un pays vinifère et la Région Centre en est l'un de ses fleurons ! Les vendanges sont une étape essentielle qui monopolise bien du monde. Travail saisonnier typique, " faire les vendanges " demande une bonne condition physique et quelques points de droit pour que tout se passe bien avec l'employeur.


* Un contrat particulier


Le contrat " vendanges " est un contrat pour travail saisonnier. A ce titre, il prévoit une durée maximale d'un mois mais un même salarié peut conclure plusieurs contrats vendanges successifs. Cependant, le cumul des contrats ne peut excéder une durée totale de deux mois sur une année civile.

Etant par nature un contrat saisonnier, le contrat " vendanges " peut être conclu soit pour une durée déterminée, soit pour la réalisation d'un objet précis, en l'occurrence pour les vendanges Dans la majorité des cas, il sera conclu sans terme précis, c'est-à-dire que le contrat prendra fin avec la réalisation de son objet, c'est-à-dire à la fin des vendanges. Si ce sont souvent des étudiants qui font les vendanges, il faut savoir que ce travail saisonnier est également ouvert aux salariés en congés payés par dérogation à l'interdiction générale de travailler pendant les mêmes congés. Les salariés en congés payés et les fonctionnaires souhaitant utiliser cette possibilité devront bien entendu avoir obtenu l'accord de leur employeur quant à la date et à la durée de leurs congés dans les conditions habituelles. Sur ce point, il est bon de savoir que les employeurs peuvent d'ailleurs demander aux salariés qu'ils embauchent une attestation sur l'honneur de l'accord de leur employeur habituel.


* Une nature de travaux bien spécifique


Un contrat pour des vendanges conduit à des travaux bien spécifiques et en exclut d'autres. Faire les vendanges consiste donc à la cueillette du raisin, le portage des hottes et paniers, les travaux de préparation ou de rangement, la mise en état et le nettoyage des matériels nécessaires. C'est-à-dire en fait tous les travaux des préparatifs de la vendange à la réalisation des vendanges jusqu'aux travaux de rangement inclus. En revanche, n'est pas concerné l'ensemble des travaux viticoles et vinicoles et en particulier les travaux de taille ou de traitement des vignes : vous n'avez pas à exécuter ce type de travaux dans le cadre d'un contrat vendange.


** ช่วงเก็บองุ่นของประเทศฝรั่งเศสอยุ่ในช่วงนี้ค่ะ
พรุ่งนี้ก็เปิดเทอมแล้วเพื่อน ๆ เตรียมตัวกันยังเอ่ย

ไปและ บะบายจ้า

วันจันทร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2551

* Trick *

เคล็ดลับเรียนภาษา ให้ได้ผล

1. ยอมรับความจริง
ไม่มีใครพูดภาษาที่สองได้ตั้งแต่เกิด ทุกคนต้องใช้เวลาในการเรียนรู้กันทั้งนั้น ฉะนั้นอย่าคาดหวังว่าจะต้องเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่เริ่มต้น
2. เรียนรู้ทีละนิด
จากการศึกษาพบว่า การทบทวนเป็นระยะเวลาสั้นๆ อย่างเช่น ในระหว่างทานอาหารเช้า ในขณะอาบน้ำ หรือในขณะเดินทาง จะส่งผลให้คุณจดจำได้ดีกว่า
3. ท่องศัพท์
ยิ่งคุณรู้ศัพท์มากเท่าไหร่ คุณก็สามารถพูดและเข้าใจได้มากขึ้นเท่านั้น เทคนิคในการจดจำคำศัพท์ คือ พกการ์ดใบเล็กๆ ที่เขียนคำศัพท์ (ที่มีคำแปลอยู่ด้านหลัง) ไปกับคุณทุกที่
4. ฝึกหัดอย่างจริงจัง
อย่าแค่ทำปากขมุบขมิบหรือท่องเอาไว้ใส่ใจ พูดหรืออ่านออกมาดังๆ ในทุกครั้งที่มีโอกาส เพื่อจะได้ฝึกปากของคุณให้เคยชินกับการออกเสียง
5. ทำการบ้าน
การทำการบ้านคือการฝึกฝนทักษะการใช้ภาษาให้เป็นไปอย่างแม่นยำ จนกลายเป็ความชำนาญ และสามารถทำออกมาได้อย่างอัตโนมัติในที่สุด
6. จับกลุ่มเรียน
หาเวลาทบทวน ทำการบ้าน หรือแค่ฝึกพูดภาษานั้นๆ กับเพื่อนๆ เป็นประจำ ซึ่งจะช่วยแก้ไขข้อบกพร่องให้กันและกันได้ แถมยังทำคุณจดจำได้แม่นยำยิ่งขึ้นด้วย
7. หาจุดอ่อน
คุณควรหาจุดอ่อนในการเรียนของตัวเองให้เจอ เพื่อที่จะได้เพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้ อย่างเช่น ถ้าคุณเป็นคนเงียบๆ และไม่ค่อยมีส่วนร่วมในชั้นเรียน ก็บังคับตัวเองให้เลือกที่นั่งแถวหน้าในห้องเรียนซะ
8. หาโอกาสในการใช้ภาษา
เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับภาษานั้นๆ ให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยกับเจ้าของภาษาเช่าหนังที่พูดภาษานั้นๆ มาดูหรือแม้กระทั่งหาแฟนที่เป็นเจ้าของภาษานั้นซะเลย
9. ทุ่มความสนใจ
พูดง่ายๆ ก็คือ หายใจเข้าออกก็ให้เป็นภาษานั้น เรียนรู้ภาษานั้นๆ ทั้งในและนอกห้องเรียนอย่างจริงจังและเต็มที่ ถึงขนาดถ้าฝันได้ก็อาจฝันเป็นภาษานั้นๆ ด้วย
10. ปรึกษาผู้รู้
ถ้ามีปัญหาหรือติดขัดอะไร ก็ต้องสอบถามครูผู้สอนหรือเจ้าของภาษานั้นทันที เพื่อทำลายกำแพงที่เป็นอุปสรรคในการเรียนออกไปให้เร็วที่สุด คุณจะได้ไม่ต้องสะดุดอยู่นานเกินไป ซึ่งอาจทำให้คุณเกิดความเบื่อหน่ายได้

Credit - kapook

วันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2551

* Why *



เพื่อน ๆ ที่นี่เชื่อหรือไม่ว่า สิ่งประดิษฐ์ในยุคใหม่ ๆ นั้นก็สามารถทำลายทักษะบางอย่างของเราได้เหมือนกัน

ดูอย่างผลวิจัยในแคนาดาสิ พวกเขาพบว่าเครื่องคิดเลขคือต้นตอของการที่ทำให้เด็ก ๆ คิดเลขช้า อ้าว ..... ใช้เครื่องคิดเลขแล้วจะช้าได้ยังไง

เพื่อน ๆ คงกำลังคิดอยู่ใช่มั้ยค่ะ แน่นอนว่าถ้าคิดเลขโดยใช้เครื่องคิดเลขนั้นย่อมได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วอยู่แล้ว แต่ถ้าลองให้เด็ก ๆ คิดเลขโดยไม่ใช้เครื่องคิดเลขนี่สิค่ะ เด็ก ๆ ที่ทำการทดลองจะคิดเลขช้าลงมากกว่าครึ่งของที่ใช้เครื่องคิดเลขเลยทีเดียว
แต่ในทางกลับกันเด็ก ๆ ในประเทศที่เครื่องคิดเลขไม่ได้มีแพร่หลายอย่างในจีนนั้น เด็ก ๆ จะคิดเลขได้เร็วมากกว่า เพราะพวกเขาฝึกใช้การบวก ลบ คูณ หาร ด้วยตัวเองเป็นประจำอยู่แล้ว แถมเด็ก ๆ เหล่านี้ยังมีกล้ามเนื้อหัวใจและสมองที่ดีกว่าเด็ก ๆ ในแคนาดาที่ทำการทดลองเสียอีก
เพื่อน ๆ ที่นี่คนไหนที่มีลูกหรือมีหลาน ๆ ก็อย่าลืมฝึกให้พวกเขาคิดเลขเองโดยไม่ใช้เครื่องคิดเลขตั้งแต่ยังเด็ก ๆ นะคะ เพราะว่าไม่อย่างนั้น เขาจะกลายเป็นคนที่คิดเลขช้ามากหากไม่มีตัวช่วย
บางครั้งการลำบากตั้งแต่เริ่มต้นก็ช่วยให้ตอนปลาย ๆ ง่ายขึ้นเหมือนกันนะ เหมือนคำโบราณที่ว่า อดเปรี้ยวไว้กินหวานไง


^^ เครดิต teenee

วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

* ^-^ *


สิ่งที่ห้ามทำ..หลังการทานอาหาร..!!
1.ห้ามสูบบุหรี่ มีผลการทดสอบที่พิสูจน์โดยผู้เชี่ยวชาญแล้วว่า การสูบบุหรี่หลังรับประทานอาหาร เทียบเท่ากับ การสูบบุหรี่ถึง 10 ม้วน (โอกาสเป็นมะเร็งสูงกว่า)
2. ห้ามทานผลไม้ทันที การทานผลไม้ทันทีหลังอาหาร จะทำให้เกิดลมในกระเพาะอาหารได้ ดังนั้นควร ทานผลไม้หลังทานอาหารไปแล้ว 1-2 ชั่วโมงหรือก่อนอาหาร 1 ชั่วโมง
3. ห้ามดื่มชา เพราะมีผลทำให้การย่อยสารโปรตีนในอาหาร ที่เรารับประทานเข้าไปนั้นเป็นไปยากขึ้น
4. ห้ามคลายเข็มขัด เพราะการคลายเข็มขัดหลังมื้ออาหาร จะทำให้ลำไส้บิดตัวและอุดตันได้
5. ห้ามอาบน้ำ การอาบน้ำจะเพิ่มแรงดันเลือดไปสู่มือ แขนขาและทั่วตัว ดังนั้น จำนวนเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงกระเพาะอาหารจึงลดลง ซึ่งส่งผลให้ระบบการย่อยอาหารของกระเพาะเราแย่ลง
6. ห้ามเดินไปมา ผู้คนมักบอกเสมอว่า การเดิน 100 ก้าวหลังรับประทานอาหาร จะทำให้อายุยืนถึง 99 ปี ตามข้อเท็จจริงแล้วไม่ใช่เลย การเดินจะส่งผลให้ ระบบย่อยของเรา ไม่สามารถดูดซึมสารอาหารที่เราทานเข้าสู่ร่างกายได้
7. ห้ามหลับทันที เพราะอาหารที่เราทานเข้าไป จะไม่สามารถย่อยได้เลย ดังนั้นจะทำให้เกิดเชื้อโรค หรือ เกิดลมในกระเพาะและลำไส้ของเราได้

ขอบคุณบทความดีดีจาก thaireaderclub.com, ผู้ส่ง : เอฟาร์อีสเตียน

วันอาทิตย์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

* Stade Roland Garros *



The Stade de Roland Garros (Roland Garros Stadium) is located in the 16th arrondissement of Paris, France, and is home of the French Open Grand Slam tennis tournament , played every year in May and June. The stadium is named after Roland Garros, an early French aviator and a fighter aircraft pilot during World War I, who , on September 23, 1913, had become the first man to fly a plane over the Mediterranean Sea.

The stadium grounds also contain the Tenniseum, a museum of tennis.


tournament การแข่งขันกีฬา
aviator นักบินสตรี
fighter นักมวย, นักรบ, เครื่องบินรบ
aircraft อากาศยานทุกชนิด ทั้งชนิดมีปีกและชนิดบรรจุก๊าซ
pilot ผู้ขับขี่เครื่องบิน, นักบิน, นำ, ขับ
museum พิพิธภัณฑสถาน

วันจันทร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2551

* Roland Garros *

สัญลักษณ์ของ Roland Garros
ส่วนเนื้อหาเดี๋ยวมาอัพทีหลังนะคะ
เน็ตช้ามากเลย แฮะๆ




วันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2551

* Independence Day *



ตรงกับวันที่ 4 กรกฏาคม ของทุกปี เป็นวันที่ ประเทศสหรัฐอเมริกา ประกาศอิสระภาพ จากประเทศอังกฤษเมื่อ 201 ปีมาแล้ว( 4 ก.ค 1776 ) วันนี้เป็นวัน Holiday ของชาวอเมริกัน เขาจะจัดงานเฉลิมฉลองกันทั่วประเทศ บ้างก็มีพาเหรด บางก็มีดนตรีบรรเลงกลางแจ้งให้ชม บ้างก็เล่นกีฬากัน โดยปกติถ้าไม่มีงานอะไร เขาจะอยู่ในบ้านกัน บรรยากาศจะค่อนข้างเงียบสงบ แต่วันนี้ เขาจะออกมาชุมนุม ที่สนามและที่ชายหาด มานั่งอาบแดด สนทนา เล่นกีฬากัน มี boot ขายสิ่งของ ขายอาหาร และยังมี American Redcross มาค่อยให้ความช่วยเหลืออีกด้วย รถราและ ผู้คนหนาตามากวันนี้มาจองที่เพื่อดูการจุดดอกไม้ไฟตอนสามทุ่มครึ่งกันแน่
มีพาเหรดเหมือนประเทศฝรั่งเศสเลย จะถึงแล้วเลยเอามาให้ดูกันอ่ะค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2551

* Good drink *



นอกจากการออกกำลังกายที่ถือว่าเป็นการป้องกันโรคที่ดีที่สุดแล้ว สิ่งที่เรารับประทานเข้าไปในทุก ๆ วันนั้นก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน วันนี้ขอแนะนำเครื่องดื่มจากธรรมชาติที่ช่วยต้านโรคภัยมาฝากนะ


น้ำมะเขือเทศ - - -> ช่วยป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมากและช่วยให้ผิวพรรณดูอ่อนวัย เพราะมีสารไลโคปีนนั่นเอง สามารถเติมเกลือและพริกไทย เพื่อเพิ่มรสชาติได้ด้วย แต่อย่าดื่มน้ำมะเขือเทศที่เย็นจัดนะจ๊ะ เพราะว่ามันไม่ดี

น้ำแอปเปิ้ล - - -> ช่วยป้องกันมะเร็งและช่วยฟื้นฟูร่างกาย อันที่จริงนั้นแอปเปิลสามารถกินได้ทั้งลูก แต่เพื่อป้องกันการแวกซ์แอปเปิล ก็ควรปอกเปลือกก่อนรับประทาน

น้ำลูกแพร์ - - -> เมื่อดื่มเข้าไปแล้วมันจะช่วยให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนแห่งความสุข ทำให้เราไม่เครียด

น้ำแครอต - - -> ช่วยบำรุงสายตาและก็ป้องกันมะเร็ง แต่อย่าดื่มมากเกินไปเพราะว่าวิตามินส่วนเกินจะถูกเก็บไว้ที่ตับ ซึ่งอาจจะเป็นอันตรายได้

น้ำผัก - - -> ไม่ทำให้อ้วน เนื่องจากมีระดับน้ำตาลต่ำกว่าน้ำผลไม้ เด็ก ๆ สามารถดืมได้ ไม่เป็นโรคอ้วนแน่นอน แต่ว่าต้องไม่เติมน้ำตาลเพิ่มเองนะ แล้วก็ควรใช้ผักปลอดสารพิษด้วย เพื่อสุขภาพที่ดี

*เพื่อนๆ ชอบแบบไหนก็เลือกดื่มตามใจชอบ แล้วก็อย่าลืมดื่มน้ำเปล่าที่สะอาดด้วยนะคะ

วันอาทิตย์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2551

* Blood *

กรุ๊ปเลือด กับอาหารต้องห้าม

มาดูกันดีว่า กรุ๊ปเลือดอะไรควรและไม่ควรรับประทานอะไรบ้าง

กรุ๊ป O ถือว่า เป็นเลือดกรุ๊ปแรกของมนุษย์เราเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นมนุษย์กลุ่มแรกของโลกที่ดำรงชีพด้วยการล่าสัตว์เป็นอาหาร ดังนั้น คนที่มีเลือดกรุ๊ป O จะมีสุขภาพแข็งแรงดี สามารถรับประทานเนื้อสัตว์ได้ทุกชนิด เพราะน้ำย่อยในกระเพาะอาหารมีความเป็นกรดสูง สามารถย่อยโปรตีนได้ง่าย
แต่มักมีปัญหาเลือดแข็งตัวช้า ทำให้ระบบเผาผลาญพลังงานไม่ดีนัก ดังนั้น อาหารที่เลือกรับประทาน ได้แก่ เนื้อสัตว์ที่ไม่มีไขมันมาก โดยเฉพาะเนื้อหมู ซึ่งร่างกายสามารถย่อยได้ง่ายอยู่แล้ว อีกทั้งยังมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคแผลเน่าเปื่อย หรือเกิดการอักเสบได้ง่ายกว่าคนที่มีเลือดกรุ๊ปอื่นๆ อีกด้วย ดังนั้น การรับประทานเพื่อบำรุงจึงขาดกันไม่ได้
ควรเลือกรับประทาน ผักใบเขียวเพื่อได้รับวิตามินเค จะช่วยทำให้เลือดแข็งตัวเร็วขึ้น นอกจากผักใบเขียวแล้ว คนกรุ๊ปเลือดนี้ ควรรับประทาน มะเขือเทศ แครอท และน้ำผลไม้รวม เพื่อเพิ่มเบต้าแคโรทีน ที่ช่วยบำรุงสายตา และควรออกกำลังกายที่ใช้พลังงานมาก เช่น การแอโรบิค ว่ายน้ำ จะทำให้ช่วยคุมน้ำหนักให้คงที่ได้เป็นอย่างดี


กรุ๊ป A กลุ่มเลือดนี้เกิดขึ้นในช่วงหมดยุคสมัยแห่งการล่าสัตว์ มนุษย์เริ่มตั้งถิ่นฐานเป็นหลักแหล่งและรู้จักการเพราะปลูกพืชเพื่อเป็นอาหารแทนเนื้อสัตว์ ดังนั้น คนกรุ๊ปเลือดนี้จึงเหมาะกับอาหารประเภทข้าว แป้ง และผัก ผลไม้เป็นที่สุด
ข้อควรจำ คือคนเลือดกรุ๊ป A จะอ่อนไหวต่อโรคมะเร็งมากกว่า หมู่อื่นๆ ควรลดหรือละเว้น นม เนื่องจากแอนติเจนที่อยู่ในเซลล์ของเลือดกรุ๊ป A เอง และเนื่องจากน้ำย่อยในกระเพาะอาหารมีความเป็นกรดต่ำ คนกรุ๊ปเลือดนี้ จึงไม่ควรรับประทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์ และอาหารสำเร็จรูปที่มีสารไนไตรท์มาก อาหารที่ควรเลือกรับประทานได้แก่ อาหารทะเล ผักต่างๆและธัญพืช เช่น ซีเรียลโฮลวีท ที่มีใยอาหาร ช่วยในการทำงานของระบบย่อยอาหาร วิตามินบี เพื่อช่วยการทำงานของระบบประสาท และเม็ดเลือดแดงให้แข็งแรง
ข้อควรระวังสำหรับคนกรุ๊ปเลือดนี้ คือความเครียด การออกกำลังกาย ที่ใช้พลังงานมาก กลับยิ่งเพิ่มความเครียดให้กับระบบภูมิคุ้มกัน ดังนั้น จึงควรฝึกโยคะ นั่งสมาธิ ตีกอลฟ์ หรือเต้นระบำเพื่อรักษาสมดุลตามธรรมชาติ


กรุ๊ป B พวกที่อยู่ในกลุ่มเลือดกรุ๊ป B ถือว่าเป็นเลือดที่ถือกำเนิดขึ้นมาเป็นอันดับสามของมนุษย์ เป็นช่วงที่มนุษย์เริ่มทำการเกษตรเป็นแล้ว ก็เริ่มนำสัตว์มาเลี้ยงและรับประทานเนื้อ ดังนั้น คนกรุ๊ปเลือดนี้ จึงรับประทานได้หลากหลาย ทั้งเนื้อ นม ไข่ ผัก ผลไม้
แต่ก็ใช่ว่าจะมีแต่ข้อดีไปเสียหมด เพราะจุดอ่อนอยู่ตรงที่มักมีปัญหาเกี่ยวกับโรคภูมิแพ้ ดังนั้ นจึงควรเสริมอาหารที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย เช่น ผักใบเขียว ผลไม้สด ข้าวกล้อง นมและผลิตภัณฑ์จากนม อย่างการรับประทานผลิตภัณฑ์ที่ ทำจากนม สามารถทำได้โดยที่ไม่ต้องกลัวว่าท้องไส้จะปั่นป่วน หรือท้องเฟ้อเรอเหม็น เปรี้ยว อย่างคนกรุ๊ปเลือด A
ส่วนการออกกำลังกาย สามารถทำได้หลากหลายเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น แอโรบิค ว่ายน้ำ กอล์ฟ หรือแม้แต่โยคะ


กรุ๊ป AB มาถึงเลือดกรุ๊ปสุดท้ายที่เกิดขึ้นในหมู่มนุษย์เรา พบว่าเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 1,000 กว่านี้เอง จะมี 2 ลักษณะในตัว คือเป็นได้ทั้ง แบบกรุ๊ป A และกรุ๊ป B จึงสามารถรับประทานได้ทั้ง 2 กรุ๊ปเลือดตามใจชอบ
แต่ควรที่จะหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันมาก และเนื้อสัตว์ที่ย่อยยาก เนื่องจากน้ำย่อยมีความเป็นกรดต่ำ จึงทำให้ย่อยโปรตีนจากเนื้อสัตว์ได้ไม่ค่อยดีนัก มักจะมีกรดเกิดขึ้นมาก ในท้องส่วนล่าง หรือลำไส้ใหญ่ อาจสังเกตได้ง่ายๆ ถ้ามีอาการผิดปกติ คือ จะเรอบ่อย
อาหารที่ควรรับประทาน เช่น อาหารทะเล ผักสด เต้าหู้ ผลไม้จำพวกส้มโอ องุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งโยเกิร์ต เนื่องจากจะช่วยในการย่อย กระเพราะอาหารไม่ต้องทำงานหนักมากเกินไป และควรดื่มน้ำสะอาดมากๆ เพื่อขับไล่ของเสียในร่างกายที่มีมากกว่าคนกรุ๊ปอื่น ซึ่งเป็นเพราะความซับซ้อนทางด้านชีวเคมี ส่วนการออกกำลังกาย เลือกที่ทำให้จิตใจสงบมีสมาธิ อย่างเช่น โยคะ ยิงธนู เป็นต้น
รู้อย่างนี้แล้ว อย่าลืมพิจารณาก่อนส่งอาหารจานอร่อยเข้าปาก และดำเนินชีวิตให้เกิดสมดุลตามธรรมชาติ เพราะปัญหาสุขภาพเรื้อรัง บางชนิด ไม่อาจรักษาให้หายขาดด้วยยาแผนปัจจุบัน แต่ทำได้ง่ายๆ ด้วยการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคเสียใหม่ ..


^^. เพื่อนๆ กรุ๊ปอะไรกันเอ่ย ต๋อมกรุ๊ปโอ ก็ตรงนะ ตรงไม่ตรงบอกด้วยแล้วกันนะ

วันจันทร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

* fight *

อุปสรรคมีไว้ให้ก้าวข้ามไป

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชาวนาคน หนึ่งเลี้ยงลาไว้ตัวหนึ่งซึ่งแก่มากแล้ว วันหนึ่งชาวนาได้พาเจ้าลาแก่ออกไปข้างนอก ด้วยความโง่เขลาของมันดันเดินซุ่มซ่ามไปตกบ่อแห่งหนึ่ง มันร้องครวญครางเป็นเวลาหลายเพลา ชาวนาเองก็พยายามใคร่ครวญหาวิธีที่จะช่วยมันขึ้นมา ในที่สุดชาวนาหวนคิดขึ้นมาได้ว่า เจ้าลาก็แก่เกินไปแล้วอีกอย่างบ่อนี้ก็ต้องกลบ ไม่คุ้มที่จะช่วยเจ้าลา

ชาวนาจึงไปขอแรงชาวบ้านเพื่อมาช่วยกลบบ่อ ทุกคนใช้พลั่วตักดินสาดลงไปในบ่อ ครั้งแรกเมื่อดินไปถูกหลังลามันตกใจและรู้ชะตากรรมของตนทันที มันร้องโหยหวนทันที สักพักหนึ่งทุกคนก็แปลกใจที่เจ้าลาเงียบไป

หลังจากที่ชาวนาตักดินใส่ไปในบ่อได้สัก สองสามพลั่วก็เหลือบมองลงไปในบ่อ ก็พบกับความประหลาดใจที่ว่า ทุกครั้งที่ทุกคนสาดดินไปถูกหลังลามันจะสะบัดดินออกจากหลัง แล้วก้าวขึ้นไปเหยียบบนดินเหล่านั้น ยิ่งทุกคนพยายามเร่งระดมสาดดินลงไปมากเท่าไร มันก็ก้าวขึ้นมาได้เร็วมากยิ่งขึ้น ในไม่ช้าทุกคนต่างประหลาดใจที่เจ้าลาในที่สุดก็สามารถหลุดพ้นจากปากบ่อดังกล่าวได้

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า "ชีวิตนี้อุปสรรคต่างๆที่ถาโถมเข้ามาหาเราก็เปรียบเสมือนดินที่สาดเข้ามาหาเรา จงอย่าท้อถอยและยอมแพ้จงแก้ไขมัน เพื่อที่เราจะได้เหยียบมันเพื่อที่จะก้าวสูงขึ้นเรื่อยๆ เปรียบเสมือนลาแก่ที่หลุดพ้นจากบ่อได้ฉันใดฉันนั้น"

**อ่านแล้ว ตอนแรกสงสารลา ตอนหลัง เก่งสุดๆ

วันศุกร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

* Be careful *

เตือนผู้บริโภคควรล้างกระป๋องเครื่องดื่มหรืออาหารกระป๋อง ก่อนที่จะบริโภค เผยอาจมีเชื่อโรคติดมาเนื่องจากระบบการจัดเก็บไม่สะอาดปลอดภัยเพียงพอ
เตือนผู้บริโภคที่มักจะซื้อเครื่องดื่มบรรจุกระป๋อง เพราะคิดว่าสะดวก ดื่มง่าย เปิดฝาดื่มได้เลย แต่สิ่งที่แฝงไว้บนฝากระป๋อง คือเชื้อโรคต่างๆ มากมาย

ซึ่งเกิดจากการจัดเก็บของร้านค้า หรือการขนย้ายที่ไม่ถูกต้อง ไม่ได้มีการทำความสะอาดที่ดีพอก่อนนำไปใส่ตูแช่เย็นเพื่อจำหน่าย เพราะฉะนั้น ก่อนดื่มคุณต้องแน่ใจว่าได้ล้างฝากระป๋อง ด้วยน้ำก๊อกและสบู่แล้ว หรือถ้าไม่มีก็ขอให้ใช้หลอดดูดแทน ดื่มโดยไม่ได้ล้างฝา ฝากระป๋อง เต็มไปด้วยฉี่หนู ที่แห้ง

จากกรณีผู้ป่วยที่เสียชีวิต หลังจากดื่มโซดากระป๋อง โดยไม่ได้ล้างฝา กระป๋องก่อนดื่มปรากฎว่า ที่ฝากระป๋อง เต็มไปด้วยฉี่หนู ที่แห้งแล้วและเป็นพิษซึ่งมีอันตรายร้ายแรงถึงชีวิต อย่าลืมว่าเครื่องดื่มกระป๋องและอาหารกระป๋องมักถูกเก็บไว้ในโกดังเก็บของ และตู้ container ซึ่งมักจะมีหนูเข้ามาอยู่เต็มไปหมด และของเหล่านี้ก็จะถูกส่งต่อไปจำหน่ายยังร้านค้าปลีกต่างๆ โดยที่ไม่ได้ทำความสะอาดอย่างถูกต้อง

** ระวังนะ ^^

* First day *

วันนี้เปิดเทอมวันแรก
เย้ ได้เจอเพื่อนๆ
ไปโรงเรียนแต่เช้าเลยวันนี้
คาบแรกว่าง อ.เลยให้ทำความสะอาดห้องสังคม
วันนี้เลิกครึ่งวันเอง
อิอิ
-----
:) ^^

วันอังคารที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

* Back to school *

^^
อีกไม่กี่วันก็จะเปิดเทอมแล้ว
ได้เจอเพื่อนๆ แล้ว
ขึ้นม. 6 แล้ว เร็วจัง
แก่สุดในโรงเรียนเลย อิอิ
ต้องสู้ๆ เนอะ
-----
เจอกันเปิดเทอมนะคะ
บะบาย เทคแคร์ด้วย ^^